พิศมายา 7

posted on 15 Sep 2011 08:49 by liuli-a
วันนี้ชมภูแพร ใส่สูทสีน้ำตาลเข้ม เข้ากับกางเกงและรองเท้าบูทสั้น ส้นไม่สูงมาก เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน ขืนเจอแบบเมื่อวานอีกกระโปรงกับรองเท้าแบบนั้นคงไม่สะดวกนัก
 
วันนี้พฤกษ์นัดเธอเจ็ดโมงครึ่ง ทั้งที่เวลาทำงานจริงคือแปดโมงครึ่ง...
 
"จะนัดอะไรเช้านักหนาเนี่ย" ชมภูแพรเดินปิดปากหาว ไปยังบริษัทแอล
 
"เดินช้าแบบนี้มันจะทันกินมั้ย" พฤกษ์ตะโกนเรียกหน้าบริษัท 
ชมภูแพรจำเป็นต้องวิ่งมาหาพฤกษ์
 
"นัดมาเช้าขนาดนี้ มีอะไรก็ว่ามา" ชมภูแพรชักหงุดหงิด 
 
"วันนี้ของจะมาส่งตอนเจ็ดโมง สิบห้านาที ไปเอารายงานจากฝ่ายจัดซื้อมา แล้วไปช่วยเช็คสินค้า ถ้าเสร็จแล้วก็ช่วยยกของด้วย"
 
"ฉันไม่ได้ฟังผิดใช่มั้ย ยกของด้วยเหรอ" 
 
"ใช่สิ แล้วนี่จะยืนอีกนานมั้ย ไปทำงานได้แล้ว" พฤกษ์บอก
 
ชมภูแพรเช็คของเสร็จก็เกือบเก้าโมงเช้า พฤกษ์จึงเดินมา
 
"น้าสินครับ ลูกสาวหายป่วยรึยังครับ" พฤกษ์ถามพลางช่วยนายสินยกของไปที่รถยกสินค้า
"อ้าว แล้วนี่ไม่คิดจะช่วยกันรึงัย" พฤกษ์หันมามองเมื่อเห็นชมภูแพรยังยืนนิ่ง เธอจึงยกของตามเข้าไป
 
"ก็ดีขึ้นแล้วครับ แต่ยังต้องนอนดูอาการอยู่ เธอฝากขอบคุณคุณพฤกษ์ด้วยนะครับที่อุตส่าห์ไปเยี่ยม"
 
'เป็นคนดีก็เป็นเหมือนกันแฮะ' ชมภูแพรคิด เพราะที่ผ่านมาเธอเห็นแต่ความร้ายกาจของเขา
 
"ว่าแต่คุณพฤกษ์ใช้เธอแบบนี้มันจะไม่หนักไปเหรอครับ รับน้องใหม่น่ะเบาๆก็พอครับเดี๋ยวน้องเค้าหนีออกจากบริษัทหรอก" นายสินยิ้ม
 
"ไม่หนักไปหรอกครับลุง แต่ถ้าเค้าหนีก็ถือว่าเค้าไม่มีคุณสมบัติพอที่จะอยู่บริษัทเรา"
 
'หนอย ไม่มีคุณสมบัติเหรอ แล้วเราจะได้เห้นดีกันว่าใครจะต้องยอมแพ้' ชมภูแพรคิด
 
วันนี้ทั้งวันเธอถูกใช้ให้ไปทำงานล่อไปเกือบครึ่งของแผนกทั้งหมดที่มีในบริษัท เปลี่ยนแผนกทีก็ต้องปรับระบบในสมองทีนึง ใช้สมองจนเธอเริ่มล้า แขนขาชักไม่มีแรง
 
"สองทุ่มแล้วเหรอเนี่ย...ตายๆ แม่รอแย่แล้ว" ชมภูแพรรีบเก็บของหลังจากจัดการกับกองเอกสารของฝ่ายสินค้าส่งออก
 
"จะกลับบ้านรึยัง...เดี๋ยวไปส่ง" ชมภูแพรหันไปเมื่อพบว่าพฤกษ์ยืนอยู่ตรงประตู
 
"แวบไปแวบมา ยังกะผี....ตกใจหมด...ฉันกลับเองได้ย่ะ" ชมภูแพรหมั่นไส้ ทีตอนใช้งานล่ะไม่คิด ทีแบบนี้ละมาทำเป็นหวังดีจะไปส่ง นี่มันตบหัวแล้วลูบหลังชัดๆ
 
"ดึกแล้ว เป็นผู้หญิงมันอันตราย เธอจะได้ไม่โดนแม่บ่นงัย" 
 
"นายรู้ได้งัย" ชมภูแพรถาม
 
"ก็เธอบ่นซะดัง ใครจะไม่ได้ยินบ้าง บริษัทเงียบขนาดนี้...อย่ามัวแต่พูดมาก ที่บ้านเธอคงรอแย่ เดี๋ยวจะหาว่าบริษัทใช้งานหนักอีก"
พฤกษ์ลากแขนชมภูแพรขึ้นรถ โดยไม่สนว่าเธอจะโวยวายอะไรต่อ
 
"เลี้ยวซ้ายข้างหน้า ก็จอดได้แล้ว เดี๋ยวชั้นเดินเข้าซอยเอง" พฤกษ์เปิดไฟแล้วแล้วเข้าซอยต่อไป
 
"ค่ำมืดป่านนี้จะเดินล่อโจรรึงัย บอกมาว่าไปทางไหนต่อ" พฤกษ์บอก
 
เมื่อถึงบ้าน ก็พบว่าคุณพรรณีและเม้งยืนรออยู่แล้ว 
 
"แม่ สวัสดีค่ะ วันนี้ระบบงานมันเยอะ ต้องเรียนรู้หน่ะค่ะ เลยกลับดึกไปหน่อย"
 
"สวัสดีครับ ผมเป็นพี่เลี้ยงของชมภูแพรที่บริษัท ชื่อพฤกษ์ครับ ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ปล่อยช้า"
 
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แล้วนี่ทานอะไรกันมารึยังคะ" คุณพรรณีถาม
 
"ยังเลยแม่หิวมากเลย ส่วนนายกลับไปได้แล้ว ขอบคุณที่มาส่ง" ชมภูแพรบอก
 
"แพร แม่สอนยังงัย...ทำไมเสียมารยาทกับคุณเค้าแบบนั้น...ดิฉันต้องขอโทษแทนลูกด้วยนะคะที่เสียมารยาท ถ้าไม่รังเกียจก็แวะทานอาหารด้วยกันก่อนเถอะค่ะ"
 
"ดีครับ...ผมกำลังหิวพอดี ถ้ายังงัยขออนุญาตรบกวนคุณน้าเลยแล้วกันนะครับ"
พฤกษ์เดินตามคุณพรรณีเข้าบ้านไปราวกับเป็นลูกชายอีกคนหนึ่ง 
 
"อีตานี่ ไปทำ นะ หน้าทองมารึงัย รึว่าำสาลิกาลิ้นทอง ถึงได้มีแต่คนปลื้มซะขนาดนี้" 
ชมภูแพรบ่นพร้อมกับเดินตามหลังเข้าบ้านไป
 
"วันนี้มี ยำใหญ่กับแกงเทโพ พอทานได้มั้ยคะ" คุณพรรณีถามอย่างเอาใจใส่ พฤกษ์พึ่งเห็นชมภูแพรเรียบร้อยก็วันนี้ เธอเดินยกสำรับกับข้าวมาพร้อมน้องชาย กิริยาท่าทางก็ดูสง่างามราวกับถูกฝึกมาอย่างดี เธอเดินตักข้าวให้พฤกษ์ กิริยาในเวลานี้ช่างต่างจากที่เขาเห็น ครั้งก่อนๆดูราวกับเป็นคนละคน มีเพียงสายตาเท่านั้นที่ยังทำให้รู้ว่าเธอคือชมภูแพรคนเดิม 
 
"ฝากไว้ก่อนเถอะย่ะ" ชมภูแพรกระซิบ ส่งสายตาอาฆาตให้พฤกษ์ แต่เธอเปลี่ยนสีหน้าทันทีเมื่อมองไปยังมารดา
 
'น่าสนใจ' พฤกษ์คิด ยังมีอะไรเกี่ยวกับเธอที่เขายังไม่รู้อีกมาก สงสัยเขาต้องหาเรื่องมาบ้านนี้บ่อยๆเสียแล้ว....
 
"รสชาติดีทีเดียว เปิดร้านอาหารได้เลยนะครับเนี่ย" พฤกษ์ชมจากใจจริง
 
"อย่างนั้นก็ทานเยอะๆเลยนะคะ กับข้าวพวกนี้ดิฉันก็สอนยัยแพรไว้เหมือนกันค่ะ ตั้งใจว่าถ้าอยู่บ้านไม่มีอะไรทำจริงๆ ก็จะเปิดร้านอาหาร" 
 
ชมภูแพรหันหน้าไปหาเม้ง...เอาแล้วงัย แค่วันที่สองก็จะหาเรื่องให้เธอออกจากงานเสียแล้ว
 
"ก็ดีนะครับ แต่ร้านอาหารต้องมีจุดขาย เพราะเดี๋ยวนี้คู่แข่งเยอะ ถ้าไม่มีอะไรแตกต่างก็อยู่ไม่ได้นะครับ" พฤกษ์แนะนำ และอีกอย่างช่วงสองวันที่ผ่านมาดูท่าทางชมภูแพรจะชอบงานบริษัทเสียมากกว่า
 
"แล้วคุณน้าทำกิจการอะไรอยู่เหรอครับ เผื่อว่าจะได้พัฒนาจากของเดิมให้ดีขึ้น" พฤกษ์ถามอย่างนอบน้อม การจะคุยกับคุณพรรณีต้องใช้มารยาท และความสุภาพเท่านั้นถึงจะเจรจาได้
 
"ก็แค่งานเล็กๆน้อยพอมีรายได้หน่ะค่ะ พวกเปิดสอนมารยาทการเข้าสังคม ดนตรีไทย รับทำขนมไทย/อาหารไทยตามโอกาสหน่ะค่ะ" คุณพรรณีตอบ
 
"ก็ดีนะครับ อนุรักษ์ของไทย แล้วชมภูแพรนี่รับการสืบทอดของคุณน้ามาหมดเลยรึเปล่าครับเนี่ย" พฤกษ์ถามติดตลก
 
"ดิฉันก็สอนแกไว้นะคะ ก็ทำเป็นหมดแหละค่ะ แต่ติดอยู่ที่ว่าแกอยากจะทำรึเปล่าเท่านั้นเอง" คุณพรรณียิ้ม ตกลงว่านายนี่เข้ามาล้วงความลับบ้านเธอใช่ไหมเนี่ย...
 
"แล้วมีอาชีพเสริมอะไรอีกรึเปล่าครับ" พฤกษ์ถามกลับเมื่อเห็นว่าชมภูแพรเคยไปดูดวงให้แม่เขา
 
"อ๋อ พอมีบ้างแหละค่ะ แต่น้าไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ยัยแพรเค้าเป็นหมอดูด้วยหน่ะค่ะ แต่ดูอยู่กับบ้านนะคะ คือถ้าน้าไม่ให้ทำ แกก็จะหนีกลับไปทำงานบริษัทอีกหน่ะค่ะ
 
"อ้าว..แล้ว"
"เอ่อ แม่ค่ะ แพรอิ่มแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าวันนี้แม่ทำของหวานอะไรไว้รึเปล่าค่ะ"
 
"อ่อ มีสิจ๊ะ เม้งไปหยิบเต้าฮวยฟรุตสลัดมาหน่อยสิ อยู่ในตู้เย็นน่ะ"
 
ชมภูแพรรีบหันหน้าไปทางพฤกษ์อย่างเอาเรื่องแต่พฤกษ์รู้ทันจึงแกล้งให้ชมภูแพรตกใจเล่น
 
"แล้วถ้าชมภูแพรเค้าไปดูดวงตามบ้านล่ะครับ" พฤกษ์เห็นชมภูแพรหน้าซีดลง ก็อดยิ้มไม่ได้
 
"ถ้าน้ารู้ น้าคงบังคับให้เลิก แล้วก็ห้ามออกนอกบ้านสักสิบวัน แล้วเรื่องที่แพรเคยขอไว้ก็คงต้องยกเลิกล่ะค่ะ"
ชมภูแพรหน้าเจื่อนลง
 
หลังจากทานอาหารเสร็จชมภูแพรเดินลงมาส่งพฤกษ์ที่รถ
"งัย ต่อหน้าแม่ ซ่าไม่ออกเลยนะสาวน้อย" พฤกษ์ยิ้ม
 
"เพราะนายนั่นแหละ จำไว้เลยนะว่าห้ามบอกให้แม่ฉันรู้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้น นายตายแน่" 
 
"แล้วผมจะได้ประโยชน์อะไรถ้าผมช่วยคุณปิดบัง" พฤกษ์ถามเป็นเป็นต่อ
 
"เอ่อ ฉันก็จะ ไม่บอกแม่นายว่า ที่บริษัทนายอู้งาน หลีหญิง แล้วก็ทำตัวไร้สาระไปวันๆงัย " ชมภูแพรเอาคืนบ้าง
 
"เรื่องงาน แม่ผมให้อิสระเต็มที่ไม่ยุ่งกับผมอยู่แล้ว ฉะนั้นถึงคุณรายงานไปก็ไม่มีผล" พฤกษ์เดินต่อไปอย่างไม่สนใจคนที่อารมณ์ใกล้ระเบิดอยู่ด้านหลัง
 
"ถือว่าฉันขอร้องนายก็แล้วกันนะ ถ้านายบอกแม่ฉัน แม้แต่งานบริษัทก็ต้องลาออกหมด ฉันไม่อยากติดแหง็กอยู่กับบ้านหน่ะ" ชมภูแพรเปลี่ยนจากขู่มาเป็นขอร้อง
 
"ค่อยฟังดูเข้าท่า เอาเป็นว่าขึ้นอยู่กับความประพฤติของคุณก็แล้วกัน ถ้าคุณทำตัวดี ผมก็จะไม่บอก ส่วนเรื่องค่าปิดปากผมจะบอกคุณเองว่าอยากได้อะไร" 
 
"งกจริง แค่นี้ก็จะเอาค่าปิดปาก ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าจะต้องตอบแทนค่าที่คุณช่วยฉัน" 
 
"ไม่ทันไรจะอกตัญญู ลืมบุญคุณ งั้นผมไปบอกแม่คุณเดี๋ยวนี้แหละ"
 
"เออๆ ก็ได้ๆ" ชมภูแพรรับปากเมื่อเห็นว่าเขาท่าทางเหมือนจะเดินไปจริงๆ คนแบบนายนี่เดาทางไม่ถูกเลยจริงๆ
 
 
 
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพราะชมภูแพรต้องไปทำงานเจ็ดโมงเช้าทุกวัน แต่ละวันก็ทำงานแต่ละแผนกจนเกือบจะทำงานทุกอย่างในบริษัทได้อยู่แล้ว แถมพฤกษ์ยังทิ้งงานให้เธอทำอีกเพียบ ในขณะที่ตัวเขาเองเดินเที่ยวแผนกนั้นทีแผนกนี้ที คุยกับคนนั้นคนนี้ จะเห็นทำงานก็แต่ตอนที่มีอบรมพนักงงาน หรือไม่ก็ไปประชุมกับท่านประธาน 
 
"วันนี้แล้วสินะ ที่จะต้องรู้ผลว่าฉันจะได้อยู่ที่นี่ต่อไป หรือต้องลาออกแบบไม่มีเงื่อนไข"
ชมภูแพร รู้สึกตื่นเต้นมากกว่าทุกวัน
 
"น้องแพรจ๊ะ ท่านประธานเรียกพบหน่ะ " คุณมินต์เลขาท่านประธานโทรมาแจ้ง ที่ห้องพฤกษ์ ซึ่งตอนนี้เธอทำหน้าที่เป็นเลขาเขาไปโดยปริยาย
 
"เป็นอย่างไรบ้าง งานที่นี่สนุกมั้ย"
"ก็สนุกดีนะคะ คุณพฤกษ์ให้หนูได้เรียนรู้หลายอย่างเลยแหละค่ะ แต่ละอย่างก็น่าสนใจทั้งนั้น" 
 
"แล้วหนูสนใจฝ่ายไหนเป็นพิเศษรึเปล่าจ๊ะ"คุณประเสริฐถาม
 
"เท่าที่ทำมาหนูชอบฝ่ายการตลาดนะคะ ได้ใช้ที่เรียนมาเยอะดี แล้วอีกอย่างการได้ทำงานของทุกแผนกทำให้หนูเข้าใจหน้าที่แต่ละฝ่ายมากขึ้น และรู้ว่าควรต้องประสานงานอย่างไร จะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยค่ะ"
 
เธอปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าภายในเจ็ดวัน เขาใช้งานเธอหนักแต่ก็ทำให้เธอรู้จักคนทั้งบริษัท และนิสัยใจคอของแต่ละคนไปด้วย
 
"แล้วหนูยังอยากทำงานกับลุงต่อรึเปล่าล่ะ" คุณประเสริฐถามอีกครั้ง
 
"อยากสิคะ งานแบบนี้สนุกจะตาย แล้วแถมมีเจ้านายใจดีแบบนี้ ถ้าได้ร่วมงานด้วยหนูคงโชคดีสุดๆไปเลยค่ะ"
ชมภูแพรยิ้ม แต่เมื่อนึกถึงมารดาก้ทำให้เธอเป็นกังวล
 
"เอาหล่ะ คราวนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับแม่ของหนูอีกครั้งสินะว่าจะอนุญาตให้หนูทำงานที่นี่ต่อหรือไม่...แต่หนูไม่ต้องกังวลไปหรอก คราวนี้ลุงมีผู้ช่วยรับรองได้เลยว่าแม่หนุต้องอนุญาตแน่ๆ"
จะมีคนแบบนั้นด้วยเหรอ ขนาดเธอยังไม่มั่นใจ แล้วคุณลุงกล้ามั่นใจได้อย่างไรกัน
 
"ให้พฤกษ์เข้ามาสิ....พฤกษ์จะเป็นตัวแทนของลุงในการเจรจากับแม่ของหนูเอง ลุงรับรองได้เพราะพฤกษ์ไม่เคยทำให้ลุงผิดหวัง"
 
'คุณลุงกล้ารับประกันนายนี่ได้ยังงัย' ในเมื่อแค่วันที่สองก็โดนแม่เธอยุให้เธอลาออกเสียแล้ว แถมนายพฤกษ์ก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเธอแทบจะตลอดดเวลาเขาคงจะช่วยเธอหรอก...นอกจากจะมีผลประโยชน์...
 
ชมภูแพรมองหน้าพฤกษ์อย่างหมดหวัง ในขณะที่พฤกษ์ยิ้มอย่างมีเลศนัย
 
........................................................................
พฤกษ์จะช่วยชมภูแพรให้ได้ทำงานต่อหรือไม่
ก.ได้
ข.ไม่ได้

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet